โดย นศภ.นศภ.วรธิรา ตรีสุคนธวงศ์ ภายใต้คำแนะนำของ อาจารย์ ดร.ภญ.กชรัตน์ ชีวพฤกษ์
โรคลำไส้แปรปรวนคืออะไร?
โรคลำไส้แปรปรวน หรือ irritable bowel syndrome (IBS) เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของทางเดินอาหารซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางกายภาพ อัตราการพบโรคอยู่ที่ 11.2% โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และพบได้บ่อยในคนอายุน้อยกว่า 50 ปี(1) ลักษณะเด่นของโรคนี้ คือ อาการปวดท้องเป็น ๆ หาย ๆ ร่วมกับการขับถ่ายที่ผิดปกติ เช่น ท้องผูก ท้องเสีย หรือท้องผูกสลับท้องเสีย และมักมีอาการท้องอืดหรือแน่นท้องร่วมด้วย โดยแพทย์จะวินิจฉัยเมื่อเริ่มมีอาการมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน และยังมีอาการต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา(2)
โรคลำไส้แปรปรวนแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามลักษณะการขับถ่ายที่ผิดปกติในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา(3) ได้แก่
- โรคลำไส้แปรปรวนชนิดท้องผูกเด่น
- โรคลำไส้แปรปรวนชนิดท้องเสียเด่น
- โรคลำไส้แปรปรวนชนิดผสมท้องผูกและท้องเสีย
- โรคลำไส้แปรปรวนชนิดที่ไม่สามารถจัดประเภทได้
สาเหตุ
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่พบว่ามีปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง(4) ได้แก่
- การติดเชื้อในทางเดินอาหาร
- การเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้
- ลำไส้เคลื่อนไหวผิดปกติหรือลำไส้ไวต่อสิ่งกระตุ้น
- ความเครียด วิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า
- อาหารที่มี fructans สูง เช่น ข้าวสาลี
- พันธุกรรม เช่น การกลายพันธุ์ของยีน SCN5A ที่มีผลต่อการทำงานของลำไส้(5)
การรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
การปรับพฤติกรรมมีส่วนสำคัญมากในการรักษา IBS โดยหลักปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มี FODMAPs (fermentable oligosaccharides, disaccharides, and monosaccharides and polyols) สูง เช่น ผลไม้เนื้อแข็ง (stone fruits) ถั่วฝักยาว อาหารที่มีแลคโตส และสารให้ความหวานแทนน้ำตาล เนื่องจากอาหารจำพวกนี้มีคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายย่อยได้ยาก จึงเกิดการหมักโดยแบคทีเรียในลำไส้ ก่อให้เกิดแก๊ส และทำให้ท้องอืด ท้องเสียได้(4)
- รับประทานอาหารที่มีกากใยอย่างน้อยวันละ 25 กรัม(3) โดยเน้นอาหารกากใยสูงที่มี FODMAPs ต่ำ เช่น เมล็ดเจียแห้ง เมล็ดบัควีท กีวี่ แครอท และบร็อคโคลี่(6)
- รับประทาน probiotics สายพันธุ์ที่มีงานวิจัยสนับสนุนว่าช่วยลดอาการโดยรวมของโรคลำไส้แปรปรวนได้ เช่น สายพันธุ์ Bacillus coagulans และ Bifidobacterium infantis(3,7)
- ออกกำลังกายระดับปานกลาง ครั้งละ 20-60 นาที 3-5 วันต่อสัปดาห์ หรือการฝึกโยคะ ช่วยลดอาการโดยรวมของลำไส้แปรปรวน และทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น(3,8)
การรักษาด้วยยา
จะพิจารณาตามอาการเด่นของผู้ป่วย(3, 9-13) ดังข้อมูลของยาที่นิยมใช้ดังสรุปไว้ในตารางต่อไปนี้ อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ยาแต่ละชนิดจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาและติดตามจากแพทย์ผู้ทำการรักษาเท่านั้น
|
ยาสำหรับรักษา |
ตัวอย่างยาที่นิยม |
กลไกการออกฤทธิ์ |
ขนาดยาที่แนะนำ |
ผลข้างเคียงที่อาจพบ/ข้อควรระวัง |
|
|
อาการปวดท้อง
|
ยาแก้ปวดเกร็งท้อง (antispasmodics) |
||||
|
Hyoscine butylbromide |
ยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาท acetylcholine ส่งผลลดการบีบตัวของลำไส้และอาการปวดเกร็งในช่องท้อง |
10 มก. วันละ 3 ครั้ง หรือเพิ่มเป็น 20 มก. วันละ 4 ครั้ง หากจำเป็น |
ง่วงซึม ปากแห้ง ท้องผูก ห้ามใช้ในผู้ป่วยต้อหินแบบปิด (angle-closure glaucoma), myasthenia gravis และลำไส้อุดตัน |
||
|
Mebeverine |
ยับยั้งการไหลเข้าของแคลเซียมที่กล้ามเนื้อเรียบในทางเดินอาหารและมีฤทธิ์คล้ายยาชาเฉพาะที่ ส่งผลให้ลดการปวดเกร็งโดยรบกวนการเคลื่อนไหวของลำไส้น้อย |
135 มก. วันละ 3 ครั้ง หรือ 200 มก.วันละ 2 ครั้ง (ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน) |
อาหารไม่ย่อย แสบร้อนกลางอก ท้องผูก |
||
|
Peppermint oil |
ยับยั้งการไหลเข้าของแคลเซียมที่กล้ามเนื้อเรียบในทางเดินอาหาร ทำให้ลดอาการปวดเกร็งในช่องท้อง |
1-2 เม็ด (0.2 มล./เม็ด) วันละ 3 ครั้ง |
แสบร้อนกลางอก |
||
|
ยาปรับการทำงานของสารสื่อประสาท |
|||||
|
Amitriptyline |
ยับยั้งการเก็บกลับของสารสื่อประสาท serotonin และ norepinephrine ทำให้ลดการส่งสัญญาณความปวด |
เริ่มต้น 10 มก./วัน |
ง่วงซึม ปากแห้ง ท้องผูก |
||
|
อาการท้องผูก |
ยาระบายชนิดเพิ่มกาก (bulk-forming laxatives) |
||||
|
Psyllium |
เพิ่มกากใยและมวลอุจจาระ ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย |
5-10 กรัม วันละ 1 ครั้ง |
ท้องอืดแน่นท้อง
|
||
|
ยาระบายชนิดออสโมติก (osmotic laxatives) |
|||||
|
Milk of magnesia (MOM) |
ดึงน้ำในร่างกายมาที่ลำไส้เพื่อทำให้อุจจาระนิ่ม |
15-45 มล. วันละ 1 ครั้ง
|
ระวังในผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่อง
|
||
|
Polyethylene glycol (PEG) |
10-20 กรัม วันละ 1 ครั้ง |
ท้องเสีย |
|||
|
Lactulose |
15-30 มล. วันละ 1-2 ครั้ง |
ท้องอืดแน่นท้อง |
|||
|
ยาระบายชนิดกระตุ้น (stimulant laxatives) |
|||||
|
Bisacodyl |
กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ |
5-10 มก. วันละ 1 ครั้ง |
ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องอืด ไม่ควรใช้ต่อเนื่องระยะยาว |
||
|
Senna |
15-20 มก. วันละ 1 ครั้ง |
||||
|
ยาระบายรุ่นใหม่ |
|||||
|
Lubiprostone |
เพิ่มการหลั่งสารน้ำในลำไส้ |
8 มคก. วันละ 2 ครั้ง รับประทานพร้อมอาหาร |
คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดท้อง |
||
|
Prucalopride
|
กระตุ้นการหดตัวและเพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้ |
2 มก. วันละ 1 ครั้ง ในผู้ใหญ่อายุ >65 ปี หรือ creatinine clearance <30 มล./นาที: 1 มก. วันละ 1 ครั้ง |
ถ่ายเหลว คลื่นไส้ ปวดท้อง ปวดหัว หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ป่วยที่ต้องฟอกไต
|
||
|
Elobixibat |
ยับยั้งการดูดซึมกลับของกรดน้ำดีทำให้เพิ่มการหลั่งน้ำและเกลือแร่ในลำไส้ใหญ่ |
10 มก. วันละ 1 ครั้ง |
ปวดท้อง ท้องเสีย |
||
|
อาการท้องเสีย |
ยาลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ |
||||
|
Loperamide |
ลดการเคลื่อนไหวและยับยั้งการหลั่งน้ำและเกลือแร่ในลำไส้ |
2-4 มก. วันละ 1-4 ครั้ง |
ระวังการใช้ในผู้ป่วยโรคตับ |
||
|
Ondansetron |
ลดการเคลื่อนไหวและยับยั้งการหลั่งน้ำและเกลือแร่ในลำไส้ |
4-24 มก./วัน |
ท้องผูก |
||
|
ยาอื่น ๆ |
|||||
|
Rifaximin |
ฆ่าเชื้อแบคทีเรียเฉพาะที่ลำไส้ |
550 มก. วันละ 2 ครั้ง |
ห้ามใช้ในผู้ป่วยลำไส้อุดตัน |
||
|
Cholestyramine |
จับกรดน้ำดีในลำไส้ |
4 กรัม วันละ 1-4 ครั้ง |
ปวดหัว คลื่นไส้ ท้องอืด ใช้ในผู้ป่วยกลุ่มที่มีการดูดซึมกรดน้ำดีผิดปกติ |
||
บทสรุป
โรคลำไส้แปรปรวนแม้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก การรักษามุ่งเน้นที่การปรับพฤติกรรม หากอาการยังไม่ดีขึ้นสามารถใช้การรักษาด้วยยา โดยแพทย์จะเลือกให้ยาตามอาการเด่น เช่น ยาลดการเกร็งลำไส้ ยาระบาย หรือยาลดอาการท้องเสีย แม้ว่าโรคนี้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การดูแลแบบองค์รวมจะช่วยควบคุมอาการและปรับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้
เอกสารอ้างอิง
- Lovell RM, Ford AC. Global prevalence of and risk factors for irritable bowel syndrome: a meta-analysis. Clin Gastroenterol Hepatol. 2012; 10(7):712-721.e4.
- Lacy BE, Mearin F, Chang L, Chey WD, Lembo AJ, Simren M, et al. Bowel disorders. Gastroenterology. 2016; 150(6):1393-407.
- สมาคมประสาททางเดินอาหารและการเคลื่อนไหว (ไทย). แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวน ในประเทศไทย พ.ศ. 2565 (Thailand IBS Guideline 2022). พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สมาคมประสาททางเดินอาหารและการเคลื่อนไหว (ไทย); 2565.
- Ford AC, Lacy BE, Talley NJ. Irritable bowel syndrome. N Engl J Med. 2017; 376(26): 2566-78.
- Beyder A, Mazzone A, Strege PR, Tester DJ, Saito YA, Bernard CE, et al. Loss-of-function of the voltage-gated sodium channel NaV1.5 (channelopathies) in patients with irritable bowel syndrome. Gastroenterology. 2014; 146(7):1659-68.
- Varney J. Getting enough fibre. Monash Fodmap [Internet]. 2021 [cited 2025 Aug 20]. Available from: https://www.monashfodmap.com/blog/getting-enough-fibre/.
- Zhang T, Zhang C, Zhang J, Sun F, Duan L. Efficacy of Probiotics for Irritable Bowel Syndrome: A Systematic Review and Network Meta-Analysis. Front Cell Infect Microbiol. 2022; 12:859967.
- Zhou C, Zhao E, Li Y, Jia Y, Li F. Exercise therapy of patients with irritable bowel syndrome: A systematic review of randomized controlled trials. Neurogastroenterol Motil. 2019; 31(2):e13461.
- MIMS Thailand. Hyoscine [Internet]. [cited 2025 Aug 8]. Available from: https://www. mims.com/thailand/drug/info/hyoscine?mtype=generic.
- MIMS Thailand. Mebeverine [Internet]. [cited 2025 Nov 29]. Available from: https://www. mims.com/thailand/drug/info/mebeverine?mtype=generic.
- MIMS Thailand. Peppermint oil [Internet]. [cited 2025 Aug 8]. Available from: https://www.mims.com/thailand/drug/info/peppermint-oil?mtype=generic.
- Wald A. Treatment of irritable bowel syndrome in adults [Internet]. UpToDate; 2025 [cited 2025 Aug 15]. Available from: https://www.uptodate.com.
- National Health Service. Laxatives [Internet]. 2022 [cited 2025 Aug 15]. Available from: https://www.nhs.uk/medicines/laxatives/.