ติดต่อเรา
 

NEW!! Download เอกสารประกอบการประชุมที่ผ่านมา



ประกาศ !! คะแนน CPE จากงานประชุมของคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ทุกงานประชุม จะถูกส่งเข้าระบบสภาฯภายใน 30 วันหลังงานประชุม
Pharmacy Mentorship & Practice Series #1

การพัฒนาศักยภาพเภสัชกรพี่เลี้ยง (Preceptor) มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตบัณฑิตเภสัชศาสตร์ที่มีสมรรถนะพร้อมปฏิบัติงานในระบบสุขภาพ การถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ผ่านกระบวนการพี่เลี้ยงที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ เภสัชกรพี่เลี้ยงยังต้องเผชิญกับการดูแลนักศึกษาที่มีความต้องการเฉพาะหรือประสบปัญหาด้านอารมณ์ ตลอดจนการส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และการบันทึกข้อมูลทางคลินิกอย่างเป็นระบบ หน่วยจัดการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ งานการศึกษาเภสัชศาสตรบัณฑิต สำนักงานวิชาการและนักศึกษา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้จัดโครงการประชุมพัฒนาศักยภาพแหล่งฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ เรื่อง Pharmacy Mentorship & Practice Series #1 ขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการเป็นพี่เลี้ยงและการปฏิบัติทางเภสัชกรรมร่วมกัน

รายละเอียดงานประชุม | รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม | สมัคร Online


การประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ครั้งที่ 2

ในปัจจุบัน การประเมินความปลอดภัยเป็นประเด็นสำคัญในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 และข้อกำหนดในการประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศอาเซียนตามข้อตกลงว่าด้วยแผนการปรับกฎระเบียบเครื่องสำอางให้สอดคล้องกันของอาเซียน (ASEAN Harmonized Cosmetic Regulatory Scheme) ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2546 ตามบทแก้ไขดังกล่าว มาตรา 7a กำหนดให้ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายต้องมีข้อมูลผลิตภัณฑ์ (Product Information) โดยส่วนสำคัญคือการประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ซึ่งจะต้องดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเหมาะสม หรือที่เรียกว่า ผู้ประเมินความปลอดภัย (Safety Assessor) ขณะที่อีกด้านหนึ่ง กฎหมายได้มีการลดการทดสอบในสัตว์ทดลองเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องสำอาง ข้อตกลงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ (1) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกในการรับรองความปลอดภัย คุณภาพ และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่จำหน่ายในอาเซียน และ (2) เพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้าของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางระหว่างประเทศสมาชิกผ่านการปรับข้อกำหนดทางเทคนิคให้สอดคล้องกัน การยอมรับร่วมในการรับรองการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ และการนำข้อกำหนดเครื่องสำอางอาเซียนมาใช้ ภายใต้ข้อกำหนดเครื่องสำอางอาเซียน (ASEAN Cosmetic Directive) กำหนดให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่วางตลาดต้องไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ เมื่อใช้ภายใต้เงื่อนไขการใช้งานปกติหรือที่สามารถคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล โดยผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายต้องจัดเตรียมข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ รวมถึงการประเมินความปลอดภัยสำหรับสุขภาพของมนุษย์ของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ โครงสร้างทางเคมี และระดับการสัมผัส นอกจากนี้ ยังต้องมีการพิจารณาถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางตามแนวทางของ Cosmetics Europe ซึ่งเป็นสมาคมเครื่องสำอางยุโรป ที่ได้จัดทำแนวทางสำหรับการประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยเน้นการประเมินความปลอดภัยที่อาศัยข้อมูลความปลอดภัยของส่วนประกอบเป็นหลัก ลดการทดสอบในสัตว์ทดลอง และพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ในสภาวะปกติและสภาวะที่อาจคาดการณ์ได้ การประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน ได้แก่ การระคายเคืองผิวหนัง การแพ้ ผลกระทบที่อาจเกิดจากรังสียูวี การระคายเคืองต่อดวงตา การดูดซึมผ่านผิวหนัง และความเป็นพิษต่อร่างกาย อีกทั้งต้องพิจารณาถึงสภาพการใช้ของผลิตภัณฑ์ เช่น ชนิดของเครื่องสำอาง วิธีการใช้ ความเข้มข้นของส่วนประกอบ ปริมาณที่ใช้ ความถี่ในการใช้ พื้นที่สัมผัส ระยะเวลาสัมผัส รวมถึงกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ การจัดงานประชุมวิชาการในครั้งนี้จึงมีความสำคัญเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เพื่อให้สามารถประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสากล ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค

รายละเอียดงานประชุม | รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม | สมัคร Online


PCR for All เวิร์กชอปพื้นฐานเทคนิคขยายดีเอ็นเอเพื่อทุกคน

ปัจจุบันเทคโนโลยีชีวภาพและวิทยาศาสตร์โมเลกุลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ เกษตรกรรม อุตสาหกรรมอาหาร หรือการวิจัยทางชีววิทยา เทคนิค PCR (Polymerase Chain Reaction) Real-time PCR และ Gel Electrophoresis ล้วนเป็นเครื่องมือพื้นฐานในสาขาเหล่านี้ที่นักวิทยาศาสตร์และผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจ การทำ PCR และ Real-time PCR ช่วยในการเพิ่มปริมาณและตรวจวัดสารพันธุกรรมอย่างจำเพาะเจาะจง ซึ่งมีบทบาทตั้งแต่การวินิจฉัยโรค (เช่น การตรวจเชื้อก่อโรคหรือการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม) ไปจนถึงการศึกษาการแสดงออกของยีน ในขณะที่ เทคนิค Gel Electrophoresis ใช้ในการแยกชิ้นส่วนดีเอ็นเอ/อาร์เอ็นเอหรือโปรตีนตามขนาด เป็นวิธีสำคัญในการตรวจสอบผลลัพธ์ของการทดลองทางอณูชีววิทยา เช่น การตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก PCR ทั้งสามเทคนิคนี้ถือเป็นทักษะพื้นฐานที่ผู้สนใจด้านชีววิทยาโมเลกุลควรได้ฝึกฝน เนื่องจากหลักสูตรด้านชีวTechnologyและชีววิทยาสมัยใหม่ทั่วโลกต่างบรรจุการฝึกปฏิบัติ PCR และการรันเจลเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นและคุณค่าของทักษะดังกล่าวในการต่อยอดสู่อาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิคโมเลกุลพื้นฐานนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านอาชีพในสาขาเทคโนโลยีชีวภาพและวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะห้องปฏิบัติการที่จำเป็น อันได้แก่การทำ PCR และการรัน Gel Electrophoresis ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในงานวิจัยและอุตสาหกรรมด้านชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการแพทย์ การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ การตรวจสอบคุณภาพทางอาหารและสิ่งแวดล้อม หรือการปรับปรุงพันธุกรรมพืชและสัตว์ ทักษะเหล่านี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้ผู้เข้าร่วมสามารถต่อยอดสู่อาชีพนักวิทยาศาสตร์ นักเทคนิคการแพทย์ นักวิจัย หรือผู้เชี่ยวชาญด้านชีวเทคโนโลยีได้ในอนาคต การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่มีประสิทธิผลจำเป็นต้องควบคู่ไปกับการลงมือปฏิบัติจริง โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการนี้มุ่งเน้นการเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงประสบการณ์ปฏิบัติการจริงในห้องทดลอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เรียนส่วนใหญ่อาจไม่เคยได้รับมาก่อนในการศึกษาในระบบปกติ เนื่องจากข้อจำกัดด้านทรัพยากรและอุปกรณ์ ห้องปฏิบัติการเคมีชีวะระดับสูงอย่างเครื่อง Thermal Cycler สำหรับ PCR หรืออุปกรณ์ Gel Electrophoresis มักมีอยู่เฉพาะในสถาบันการศึกษาหรือศูนย์วิจัย การจัดเวิร์กช็อปครั้งนี้จะทำให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองใช้เครื่องมือจริง เตรียมสารตัวอย่างจริง และแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจริงระหว่างการทดลอง ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้แบบลงมือทำ (hands-on learning) อย่างเต็มที่ สำหรับเยาวชนและบุคคลทั่วไป การได้ลงมือทำการทดลองที่ซับซ้อนอย่าง PCR หรือการแยกสารพันธุกรรมด้วยไฟฟ้า จะสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่น่าตื่นเต้นและน่าจดจำ เป็นการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านการลงมือทำจริง ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจเนื้อหาได้ลึกซึ้งกว่าการฟังบรรยายหรือท่องจำตำรา นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจแต่ขาดโอกาสทางการศึกษาได้สัมผัสกับเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างใกล้ชิด ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม ฝึกความละเอียดรอบคอบและวินัยในห้องปฏิบัติการ ตลอดจนเรียนรู้ข้อผิดพลาดผ่านการลองผิดลองถูก ซึ่งเป็นหัวใจของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การอบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิค PCR และ Gel Electrophoresis สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไปนี้ มีหลักการและเหตุผลรองรับอย่างชัดเจนในหลายมิติ ทั้งการส่งเสริมทักษะอาชีพด้านเทคโนโลยีชีวภาพ การเปิดโอกาสการเรียนรู้แบบปฏิบัติจริง ตลอดจนการตอบสนองต่อนโยบายชาติด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และกำลังคน โครงการนี้จะช่วยยกระดับสมรรถนะและศักยภาพของผู้เข้าร่วม ให้พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่ที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีบทบาทนำ อีกทั้งเป็นการวางรากฐานในการพัฒนากำลังคนคุณภาพให้กับประเทศตามวิสัยทัศน์ไทยแลนด์ 4.0 และโมเดลเศรษฐกิจ BCG อันจะส่งผลให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

รายละเอียดงานประชุม | รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม | สมัคร Online




ระบบ MUPY E-Registration Service พัฒนาโดย: งานเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนการสอน
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2554