ถอดรหัสทุกมาตรฐาน ISO กันแดด
วันที่ : 14 สิงหาคม 2569 ถึง 14 สิงหาคม 2569
สถานที่ : ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพ
 

   
ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย (T-Beauty) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์กันแดด (sunscreen) ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักที่ได้รับความนิยมสูง หัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์กันแดดคือการระบุค่าประสิทธิภาพ ได้แก่ SPF UVA-PF และ Critical Wavelength ที่อ้างอิงตามมาตรฐานการทดสอบสากล ซึ่งมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในขณะนี้คือมาตรฐาน ISO มาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์กันแดดมีอยู่ 5 ฉบับหลัก ได้แก่ ISO 24444 (In vivo sun protection factor test method) สำหรับการวัดค่า SPF แบบ in vivo ISO 24442 (In vivo determination of sunscreen UVA protection) สำหรับการวัดค่าการป้องกัน UVA แบบ in vivo ด้วยวิธี Persistent Pigment Darkening (PPD) ISO 24443 (In vitro determination of UVA photoprotection) สำหรับการวัดค่าการป้องกัน UVA แบบ in vitro ISO 23675 (In vitro SPF testing — Double Plate / UVR Transmittance method) สำหรับการวัดค่า SPF แบบ in vitro และ ISO 23698 (Hybrid Diffuse Reflectance Spectroscopy — HDRS) สำหรับการวัดค่า SPF UVA-PF และ Critical Wavelength แบบ Hybrid (in vivo + in vitro) โดยไม่จำเป็นต้องกระตุ้นให้เกิด erythema บนผิวหนังอาสาสมัคร แต่ละมาตรฐานมีหลักการการวัดที่แตกต่างกัน และมีข้อจำกัดเฉพาะตัวที่ผู้เกี่ยวข้องควรทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ประเด็นทางวิชาการที่สำคัญและมักถูกมองข้ามคือ ความแปรปรวนของค่า SPF ที่วัดด้วยวิธี in vivo (The variability of in vivo sunscreen sun protection factor values) แม้ว่ามาตรฐาน ISO 24444 จะถือเป็นวิธีอ้างอิง (gold standard) มาอย่างยาวนาน แต่ผลการวัดมีความแปรปรวนทั้งระหว่างห้องปฏิบัติการ (inter-laboratory) และภายในห้องปฏิบัติการเดียวกัน (intra-laboratory) ค่อนข้างสูง อันเนื่องมาจากปัจจัยด้านอาสาสมัคร ผู้ทดสอบ แหล่งกำเนิดรังสี และเทคนิคการทาผลิตภัณฑ์ ความแปรปรวนนี้เองที่เป็นแรงผลักดันสำคัญเบื้องหลังการพัฒนาวิธีทดสอบแบบ in vitro (ISO 23675) และแบบ Hybrid (ISO 23698) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดการใช้อาสาสมัคร เพิ่มความสามารถในการทำซ้ำ (reproducibility) และยกระดับความน่าเชื่อถือของผลการทดสอบ อย่างไรก็ตาม ด้วยระเบียบวิธีการทดสอบตามมาตรฐาน ISO ที่มีความซับซ้อน ต้องอาศัยทั้งการคำนวณเชิงปริมาณ ความเข้าใจในหลักการเชิงลึก และผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญและประสบการณ์ในการวัดโดยตรง การเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียจำนวนมากในปัจจุบันจึงมีบางส่วนที่คลาดเคลื่อนทางวิชาการหรือบิดเบือนจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ส่งผลให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องในการตีความและการสื่อสารต่อผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงเล็งเห็นความสำคัญในการจัดสัมมานาดังกล่าวเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการครั้งนี้ขึ้น เพื่อ “เปิดหมดทุก ISO Standard ของมาตรฐานกันแดด” อธิบายหลักการและข้อจำกัดของมาตรฐาน ISO ทั้ง 5 ฉบับ เจาะลึกความแปรปรวนของค่า SPF แบบ in vivo และถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลัง (story behind) การพัฒนามาตรฐาน ISO 23675 และ ISO 23698 ให้แก่นักวิจัย นักวิชาการ เภสัชกร ผู้ประกอบการ และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับความรู้และเสริมสร้างศักยภาพของอุตสาหกรรม T-Beauty ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากลอย่างยั่งยืน

กลุ่มเป้าหมาย:
- นักวิจัยและนักพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง นักวิชาการ เภสัชกร เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ ผู้ประกอบการที่สนใจ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์กันแดด ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้สนใจทั่วไป


ข้อมูลการติดต่อ:
E-mail : • ศูนย์ทดสอบเครื่องสำอางและเภสัชภัณฑ์ทางผิวหนัง (mupydermocosmetic@gmail.com) ; • หน่วยจัดกิจกรรมวิชาการ (mupycoference@mahidol.ac.th)
โทรศัพท์ : • ศูนย์ทดสอบเครื่องสำอางและเภสัชภัณฑ์ทางผิวหนัง (091-801-2915) ; • หน่วยจัดกิจกรรมวิชาการ (088-982-9049)


ค่าลงทะเบียน :
- บุคคลทั่วไป
ค่าลงทะเบียน : 2,000.00 บาท
(ลงทะเบียนแล้ว 0/100)


ข้อมูลการโอนเงินค่าลงทะเบียน :
โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขารามาธิบดี ชื่อบัญชี การประชุมวิชาการคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 026-443603-5 ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานมหาวิทยาลัย เข้าร่วมประชุมได้โดยไม่ถือเป็นวันลา เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว และมีสิทธิเบิกจ่ายค่าลงทะเบียนจากต้นสังกัดได้ตามหนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 0409.6/ว95 ลงวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2549 และระเบียบของแต่ละหน่วยงาน


ดาวน์โหลดเอกสาร :




วิธีชำระค่าลงทะเบียน (ชำระตามยอดที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้)

โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขารามาธิบดี ชื่อบัญชี การประชุมวิชาการคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 026-443603-5

ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานมหาวิทยาลัย เข้าร่วมประชุมได้โดยไม่ถือเป็นวันลา เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว และมีสิทธิเบิกจ่ายค่าลงทะเบียนจากต้นสังกัดได้ตามหนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 0409.6/ว95 ลงวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2549 และระเบียบของแต่ละหน่วยงาน
 
วิธีการส่งหลักฐานการชำระเงินค่าลงทะเบียนหลังจากที่ท่านได้ชำระผ่านเคาเตอร์ธนาคาร/ATM/Mobile Banking แล้ว

1. เขียนรหัสลงทะเบียนของท่าน เช่น C001-0399 และชื่อ-นามสกุลของผู้ลงทะเบียน เช่น นายประชุม วิชาการ ด้วยปากกาสีเข้ม ลงในใบสลิป (หากท่านชำระเป็นหมู่คณะ ให้เขียนรหัสลงทะเบียนลงใน Slip ให้ครบทุกคน) จากนั้น
2. เตรียมไฟล์ข้อมูลสำหรับส่งหลักฐานการโอนเงิน (สลิป) ผ่านระบบ Online โดยมีวีธีเตรียมไฟล์ดังนี้
 
2.1
ทำการ สแกน (Scan) ใบสลิป แล้วบันทึกเป็นไฟล์ชนิด .jpg หรือ .pdf
2.2
ทำการถ่ายรูปของใบสลิป ด้วยกล้อง Digital/มือถือ บันทึกเป็นไฟล์ชนิด .jpg สำหรับวิธีนี้ต้องถ่ายให้เห็น รายละเอียดที่สำคัญได้ชัดเจน อาทิ เลขที่บัญชีที่โอน วันเวลาที่โอน จำนวนเงินที่โอน เป็นต้น
3. ทำการส่งไฟล์หลักฐาน (Upload) เข้ามายังระบบ โดยทำได้โดย เลือกชื่อของท่าน(ด้านบนนี้) จากนั้น คลิกที่ปุ่มส่งหลักฐาน แล้วทำตามขั้นตอนตามที่ระบบแจ้งไว้ เมื่อทำการส่งไฟล์เรียบร้อยแล้ว สถานะของท่านจะเปลี่ยนเป็น รอการตรวจสอบ
4. รอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ โดยเข้าไปยังหน้าจอตรวจสอบรายชื่อ ของงานประชุมนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว ว่าท่านจ่ายค่าธรรมเนียมจริง เจ้าหน้าที่จะเปลี่ยนสถานะท่านเป็น เสร็จสมบูรณ์ซึ่งหมายถึงท่านสามารถเข้าร่วมงานนี้ได้แล้ว
   

หมายเหตุ: สำหรับผู้ลงทะเบียนที่ยังไม่ได้ชำระค่าลงทะเบียน ท่านสามารถยกเลิกการลงทะเบียนได้ทันที โดยการคลิก link ภายใน E-mail ที่ทางเราส่งให้
(หากไม่พบ E-Mail ดังกล่าวใน Inbox โปรดตรวจสอบใน Folder junk หรือ spam ด้วย)

ระบบ MUPY E-Registration Service พัฒนาโดย: งานเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนการสอน
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2554