กลับรายการ
ขอปรึกษาเรื่อง เป็นสิวอักเสบเป็นหนองหลังจากสิวหายทิ้งรอยดำคล้ำ และแผลเป็นนูนสีดำไว้บนใบหน้า รับประทานวิตามินซี 1000 mg ก่อนนอนทุกวัน มีคนแนะนำให้ทานวิตามินอี 1000 mg ด้วยวัน เว้น วัน ยังไม่ได้ทาน อยากทราบว่าสามารถรับประทานได้หรือไม่ และอีกอย่างตัวคลอลาเจน 10000 mg จะช่วยเรื่องแผลเป็น ริ้วรอยได้หรือไม่ ขอบคุณค่ะ
7,673 views
คำถาม
ขอปรึกษาเรื่อง เป็นสิวอักเสบเป็นหนองหลังจากสิวหายทิ้งรอยดำคล้ำ และแผลเป็นนูนสีดำไว้บนใบหน้า รับประทานวิตามินซี 1000 mg ก่อนนอนทุกวัน มีคนแนะนำให้ทานวิตามินอี 1000 mg ด้วยวัน เว้น วัน ยังไม่ได้ทาน อยากทราบว่าสามารถรับประทานได้หรือไม่ และอีกอย่างตัวคลอลาเจน 10000 mg จะช่วยเรื่องแผลเป็น ริ้วรอยได้หรือไม่ ขอบคุณค่ะ
คำตอบ
วิตามินอี มีขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน (Recommended Dietary Allowance, RDA) ในผู้ใหญ่ เท่ากับ 15 มิลลิกรัม (22.4 IU) ซึ่งตามปกติร่างกายได้รับในปริมาณที่เพียงพอจากการทานอาหารอยู่แล้ว แต่ในกรณีที่มีภาวะขาดวิตามินอีหรือใช้ป้องกันโรคบางชนิด สามารถใช้ได้ในปริมาณที่สูงขึ้น แต่ไม่ควรเกิน 1000 มิลลิกรัม (1,500 IU) ต่อวัน เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง โดยเฉพาะเมื่อทานในขนาดสูง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดศีรษะ ตาพร่า เกิดผื่นคันและเกิดแผลฟกช้ำ เป็นต้น
ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าการรับประทานวิตามินอีจะสามารถรักษาแผลเป็นหรือรอยด่างดำบนผิวได้ แต่เชื่อว่าวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระนั้น เมื่อรับประทานควบคู่กับวิตามินซี อาจช่วยลดการทำลายเซลล์ที่เกิดจากรังสียูวี ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นและรอยด่างดำบนผิวหนังได้
คอลลาเจน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งในร่างกายมนุษย์ คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลักในเนื้อเยื่อ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนัง เมื่อรับประทานคอลลาเจน คอลลาเจนจะถูกย่อยในทางเดินอาหารได้เป็นกรดอะมิโนก่อนจะดูดซึมเข้าร่างกาย เช่นเดียวกับการรับประทานโปรตีนชนิดอื่นๆ หากร่างกายไม่นำกรดอะมิโนเหล่านั้นมาสร้างเป็นคอลลาเจน การรับประทานคอลลาเจนอาจไม่ส่งผลใดๆ หรือส่งผลน้อยมากต่อริ้วรอยและแผลเป็น โดยการทดสอบประสิทธิภาพในการลดริ้วรอยและแผลเป็นของคอลลาเจนแต่ละตัวจำเป็นต้องมีการทำการศึกษาทางคลินิก ความรู้เพิ่มเติมสำหรับเรื่องนี้ สามารถอ่านได้ที่ https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/QA_full.php?id=3431
Key words: Vitamin E, dosage, oral intake, skin benefit, collagen, วิตามิน อี, คอลลาเจน, ผิวพรรณ, ริ้วรอย
ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าการรับประทานวิตามินอีจะสามารถรักษาแผลเป็นหรือรอยด่างดำบนผิวได้ แต่เชื่อว่าวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระนั้น เมื่อรับประทานควบคู่กับวิตามินซี อาจช่วยลดการทำลายเซลล์ที่เกิดจากรังสียูวี ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นและรอยด่างดำบนผิวหนังได้
คอลลาเจน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งในร่างกายมนุษย์ คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลักในเนื้อเยื่อ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนัง เมื่อรับประทานคอลลาเจน คอลลาเจนจะถูกย่อยในทางเดินอาหารได้เป็นกรดอะมิโนก่อนจะดูดซึมเข้าร่างกาย เช่นเดียวกับการรับประทานโปรตีนชนิดอื่นๆ หากร่างกายไม่นำกรดอะมิโนเหล่านั้นมาสร้างเป็นคอลลาเจน การรับประทานคอลลาเจนอาจไม่ส่งผลใดๆ หรือส่งผลน้อยมากต่อริ้วรอยและแผลเป็น โดยการทดสอบประสิทธิภาพในการลดริ้วรอยและแผลเป็นของคอลลาเจนแต่ละตัวจำเป็นต้องมีการทำการศึกษาทางคลินิก ความรู้เพิ่มเติมสำหรับเรื่องนี้ สามารถอ่านได้ที่ https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/QA_full.php?id=3431
Key words: Vitamin E, dosage, oral intake, skin benefit, collagen, วิตามิน อี, คอลลาเจน, ผิวพรรณ, ริ้วรอย
เอกสารอ้างอิง
1. Dietary Supplement Fact Sheet: Vitamin E [Online: http://ods.od.nih.gov/factsheets/VitaminE-HealthProfessional/] cited on July 5, 2013.
2. Vitamin E [Online: http://www.webmd.com/vitamins-supplements/ingredientmono-954-VITAMIN%20E.aspx?activeIngredientId=954&activeIngredientName=VITAMIN%20E] cited on July 5, 2013.
2. Vitamin E [Online: http://www.webmd.com/vitamins-supplements/ingredientmono-954-VITAMIN%20E.aspx?activeIngredientId=954&activeIngredientName=VITAMIN%20E] cited on July 5, 2013.