กลับรายการ
ยาบำรุงเลือด FBC และ folic acid มีข้อบ่งใช้เหมือนกันหรือไม่ครับและมีข้อห้ามใน กรณีไหนบ้างครับ ขอบคุณมากครับ
357,907 views
คำถาม
ยาบำรุงเลือด FBC และ folic acid มีข้อบ่งใช้เหมือนกันหรือไม่ครับและมีข้อห้ามใน กรณีไหนบ้างครับ ขอบคุณมากครับ
คำตอบ
FBC มีส่วนประกอบได้แก่ Fe fumarate 200 mg (เทียบเท่า Iron element 66 mg) , Vitamin B1 2 mg , Vitamin B2 2 mg , Vitamin B12 5 mcg , VitaminC 20 mg , Niacin 10 mg , Folic acid 100 mcg และ phosphate tribasic 100 mg มีข้อบ่งใช้สำหรับป้องกันและรักษาผู้ป่วยภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก, ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในหญิงตั้งครรภ์ หรือเป็นธาตุเหล็กเสริมในหญิงตั้งครรภ์
Folic acid ประกอบด้วย folic acid 5 mg
มีข้อบ่งใช้สำหรับผู้ที่มีภาวะขาด Folic acid, ภาวะโลหิตจางชนิด Megaloblastic anemia, ภาวะโลหิตจางจากการขาด Folic acid, ป้องกันภาวะ Neural Tube Defect (NTD) ในหญิงตั้งครรภ์
จุดที่ต่างกันซึ่งเป็นข้อควรระวังในการใช้ยา FBC หรือยา folic คือการใช้ยาในโรคโลหิตจางบางชนิด (โรคโลหิตจางมีหลายชนิดและเกิดได้จากหลายสาเหตุ) เนื่องจากอาการเบื้องต้นของโรคโลหิตจางชนิดต่างๆ นั้นเป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง ส่วนมากมักมีอาการซีดและอ่อนเพลียง่าย แต่จะมีโรคโลหิตจางชนิดที่ไม่ควรใช้ยา FBC ซึ่งก็คือโรคโลหิตจางที่เกิดจากการที่เม็ดเลือดแดงแตก เช่นโรคธาลัสซีเมีย เมื่อเม็ดเลือดแดงแตก จะทำให้ธาตุเหล็กที่สะสมอยู่ในเม็ดเลือดถูกปลดปล่อยออกมา เหล็กเหล่านี้จะเป็นส่วนเกินไปสะสมอยู่ตามอวัยวะต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นเมื่อมีเหล็กมากเกินในกระแสเลือดอยู่แล้วจึงไม่ควรหรือห้ามรับประทานยากลุ่มที่มีส่วนประกอบของเหล็ก (ferrous) เพิ่มเข้าไปอีก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องทาน folic เสริมเพื่อช่วยในการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงขึ้นมาใหม่แทน (ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ได้รับการให้เลือดทดแทน) (Ref 1.) ดังนั้นหากผู้ป่วยที่มีอาการซีดและอ่อนเพลียง่ายและสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องเป็นโรคโลหิตจางแต่ไม่ทราบว่าตัวเองมีความผิดปกติหรือเป็นโลหิตจางชนิดใด จึงไม่ควรซื้อยาหรือแบ่งยาจากญาติหรือคนรู้จักมารับประทานเองนะคะ
เพิ่มเติมสำหรับกรณีการใช้ในหญิงตั้งครรภ์ Folic acid นั้นสามารถใช้ในหญิงตั้งครรภ์ตลอดระยะการตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันภาวะความผิดปกติในการสร้างสมองและไขสันหลังของเด็ก โดยควรแนะนำให้ใช้ folic acid 0.4-0.5 มก/วัน โดยควรเริ่มทานติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือนก่อนเริ่มตั้งครรภ์ และสามารถทานต่อเนื่องได้ตลอดการตั้งครรภ์ สำหรับ FBC นั้นให้ในหญิงตั้งครรภ์เพื่อเป็นการเสริมธาตุเหล็ก โดยความต้องการปริมาณเหล็ก (iron element) ที่ต้องการต่อวันในหญิงตั้งครรภ์เท่ากับ 27 มก/วัน (Ref 2.) เพราะในช่วงตั้งครรภ์มารดามีความต้องการเหล็กเพิ่มขึ้นมากเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของมารดาและเด็กและ เป็นการป้องกันภาวะโลหิตจางซึ่งอาจส่งผลต่อทารก ซึ่งจะทำให้น้ำหนักตัวทารกต่ำ หรือภูมิต้านทานโรคต่ำ ทั้งนี้ปริมาณและระยะเวลาที่ให้ขึ้นอยู่กับการได้รับธาตุเหล็กของมารดาแต่ละคนว่ามีโอกาสได้รับเหล็กจากอาหารมากหรือน้อยเพียงใด ซึ่งโดยทั่วไปอาหารที่รับประทานรวมกันแต่ละวันมักไม่เพียงพอต่อความต้องการแพทย์จึงนิยมให้มารดาตั้งครรภ์ทานเหล็กเสริมร่วมด้วยเสมอ
Folic acid ประกอบด้วย folic acid 5 mg
มีข้อบ่งใช้สำหรับผู้ที่มีภาวะขาด Folic acid, ภาวะโลหิตจางชนิด Megaloblastic anemia, ภาวะโลหิตจางจากการขาด Folic acid, ป้องกันภาวะ Neural Tube Defect (NTD) ในหญิงตั้งครรภ์
จุดที่ต่างกันซึ่งเป็นข้อควรระวังในการใช้ยา FBC หรือยา folic คือการใช้ยาในโรคโลหิตจางบางชนิด (โรคโลหิตจางมีหลายชนิดและเกิดได้จากหลายสาเหตุ) เนื่องจากอาการเบื้องต้นของโรคโลหิตจางชนิดต่างๆ นั้นเป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง ส่วนมากมักมีอาการซีดและอ่อนเพลียง่าย แต่จะมีโรคโลหิตจางชนิดที่ไม่ควรใช้ยา FBC ซึ่งก็คือโรคโลหิตจางที่เกิดจากการที่เม็ดเลือดแดงแตก เช่นโรคธาลัสซีเมีย เมื่อเม็ดเลือดแดงแตก จะทำให้ธาตุเหล็กที่สะสมอยู่ในเม็ดเลือดถูกปลดปล่อยออกมา เหล็กเหล่านี้จะเป็นส่วนเกินไปสะสมอยู่ตามอวัยวะต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นเมื่อมีเหล็กมากเกินในกระแสเลือดอยู่แล้วจึงไม่ควรหรือห้ามรับประทานยากลุ่มที่มีส่วนประกอบของเหล็ก (ferrous) เพิ่มเข้าไปอีก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องทาน folic เสริมเพื่อช่วยในการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงขึ้นมาใหม่แทน (ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ได้รับการให้เลือดทดแทน) (Ref 1.) ดังนั้นหากผู้ป่วยที่มีอาการซีดและอ่อนเพลียง่ายและสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องเป็นโรคโลหิตจางแต่ไม่ทราบว่าตัวเองมีความผิดปกติหรือเป็นโลหิตจางชนิดใด จึงไม่ควรซื้อยาหรือแบ่งยาจากญาติหรือคนรู้จักมารับประทานเองนะคะ
เพิ่มเติมสำหรับกรณีการใช้ในหญิงตั้งครรภ์ Folic acid นั้นสามารถใช้ในหญิงตั้งครรภ์ตลอดระยะการตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันภาวะความผิดปกติในการสร้างสมองและไขสันหลังของเด็ก โดยควรแนะนำให้ใช้ folic acid 0.4-0.5 มก/วัน โดยควรเริ่มทานติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือนก่อนเริ่มตั้งครรภ์ และสามารถทานต่อเนื่องได้ตลอดการตั้งครรภ์ สำหรับ FBC นั้นให้ในหญิงตั้งครรภ์เพื่อเป็นการเสริมธาตุเหล็ก โดยความต้องการปริมาณเหล็ก (iron element) ที่ต้องการต่อวันในหญิงตั้งครรภ์เท่ากับ 27 มก/วัน (Ref 2.) เพราะในช่วงตั้งครรภ์มารดามีความต้องการเหล็กเพิ่มขึ้นมากเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของมารดาและเด็กและ เป็นการป้องกันภาวะโลหิตจางซึ่งอาจส่งผลต่อทารก ซึ่งจะทำให้น้ำหนักตัวทารกต่ำ หรือภูมิต้านทานโรคต่ำ ทั้งนี้ปริมาณและระยะเวลาที่ให้ขึ้นอยู่กับการได้รับธาตุเหล็กของมารดาแต่ละคนว่ามีโอกาสได้รับเหล็กจากอาหารมากหรือน้อยเพียงใด ซึ่งโดยทั่วไปอาหารที่รับประทานรวมกันแต่ละวันมักไม่เพียงพอต่อความต้องการแพทย์จึงนิยมให้มารดาตั้งครรภ์ทานเหล็กเสริมร่วมด้วยเสมอ
เอกสารอ้างอิง
Reference
1. นภชาญ เอื้อประเสิรฐ, อุดมศักดิ์ บุญวรเศรษฐ์ Essential hematology for general practitioners 2552 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ
2. Lexicom. Drug Information Handbook. 19th edition 2010-2011
1. นภชาญ เอื้อประเสิรฐ, อุดมศักดิ์ บุญวรเศรษฐ์ Essential hematology for general practitioners 2552 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ
2. Lexicom. Drug Information Handbook. 19th edition 2010-2011