Rilzabrutinib: Bruton’s tyrosine kinase inhibitor สำหรับ immune thrombocytopenia ที่ไม่ตอบสนองต่อยาหลายตัว
869 views
Immune thrombocytopenia เป็นโรคทางภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งซึ่งทำให้เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเลือดออกง่าย โรคนี้อาจเกิดร่วมกับโรคหรือสภาวะอื่น ๆ หรืออาจไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เชื่อว่ากลไกหลักเกิดจากการสร้าง autoantibody กระตุ้นการทำลายเกล็ดเลือดและลดการสร้างเกล็ดเลือด โดยยาที่มักใช้เป็นลำดับแรกในการรักษา immune thrombocytopenia ได้แก่ corticosteroids เพื่อลดการทำงานของ autoantibody หรือ intravenous immunoglobulin (IVIg) และ intravenous anti-D (IV anti-D) ซึ่งสามารถขัดขวางการทำลายเกล็ดเลือดได้ แต่หากผู้ป่วยไม่ตอบสนองอาจจำเป็นต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันทางเลือกอื่น เช่น thrombopoietic receptor agonists (eltrombopag) หรือ rituximab รวมถึงการผ่าตัดม้าม อย่างไรก็ตามยังมีผู้ป่วยส่วนหนึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาใด ๆ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 USFDA ได้อนุมัติการใช้ rilzabrutinib (WAYRILZ?) เป็นรูปแบบยาเม็ด ขนาด 400 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง สำหรับการรักษา persistent/chronic immune thrombocytopenia ในผู้ใหญ่ที่ไม่ตอบสนองต่อยาหลายตัว โดย rilzabrutinib เป็นยากลุ่ม Bruton’s tyrosine kinase (BTK) inhibitor ชนิดแรกที่ได้รับข้อบ่งใช้นี้ ทั้งนี้การออกฤทธิ์ของ ralzabrutinib เกิดขึ้นจากการยับยั้ง BTK ซึ่งมีบทบาทควบคุมการเจริญเติบโตและการส่งสัญญาณของ B-cell ซึ่งทำหน้าที่สร้าง autoantibody ดังนั้น rilzabrutinib จึงกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผ่านหลายกลไก เช่น ยับยั้งการกระตุ้น B-cell รวมถึงขัดขวางกระบวนการ phagocytosis ในตับและม้าม จึงมีผลยับยั้งการทำลายเกล็ดเลือด ข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากการศึกษาชื่อ LUNA3 เป็นการศึกษาระยะที่ 3 ในผู้ป่วย immune thrombocytopenia ที่ตอบสนองต่อยารักษามาตราฐานก่อนหน้า แต่ไม่สามารถคงระดับไว้ได้ 202 คน ติดตามการศึกษานาน 24 สัปดาห์ เพื่อดูการตอบสนองของเกล็ดเลือดที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 50x109/L ในช่วง 12 สัปดาห์สุดท้าย โดยวัดที่การมีเกล็ดเลือดถึงเป้าหมาย 2 ใน 3 (มากกว่า 8 ครั้งใน 12 สัปดาห์) ของการตรวจเลือดโดยไม่ได้รับยาช่วยเหลืออื่น ๆ เช่น high-dose corticosteroids, IVIg, IV anti-D หรือการให้เกล็ดเลือด เมื่อมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำกว่า 20x109/L หรือภาวะเลือดออก ผลการศึกษาพบว่ากลุ่ม rilzabrutinib ตอบสนองถึงเป้าหมาย 23% เมื่อเทียบกับยาหลอกซึ่งไม่มีผู้ป่วยถึงเป้าหมายเลย (p<0.001) สำหรับรายงานอาการไม่พึงประสงค์ที่พบในกลุ่มที่ได้รับยา rilzabrutinib บ่อยกว่ายาหลอก ได้แก่ ท้องเสีย คลื่นไส้ ปวดหัว และปวดท้อง แต่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อรุนแรง และความเป็นพิษต่อตับ
เอกสารอ้างอิง
2. นิศา มะเครือสี. ภาวะ immune thrombocytopenia ในผู้ใหญ่. วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2558; 22(2):38-47.
3. U.S. Food and Drug Administration. FDA approves drug to treat adults with persistent or chronic Immune thrombocytopenia. 2025 [cited 2025 Oct 21]. Available from: https://www. fda.gov/drugs/news-events-human-drugs/fda-approves-drug-treat-adults-persistent-or-chronic-immune-thrombocytopenia.
4. Cooper N, Kruse C, Deneen Morgan S, Laurent J, Arvelo-Saillant M, Roussy J-P, et al. Patient survey in immune thrombocytopenia (ITP): Identifying unmet needs related to treatment and disease control in patients living in the United States. Br J Haematol. 2025; 207(3):1038-46.
5. Kuter DJ, Ghanima W, Cooper N, Liebman HA, Zhang L, Hu Y, et al. Safety and efficacy of rilzabrutinib vs placebo in adults with immune thrombocytopenia: the phase 3 LUNA3 study. Blood. 2025; 145(24):2914-26.
6. Food and Drug Administration (US). WAYRILZ™ [Internet]. 2025 [cited 2025 Oct 21]. Available from: https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2025/219685s000lbl.pdf.