คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
กลับรายการ

Trifarotene (retinoic acid receptor-γ agonist) และ clascoterone (androgen receptor inhibitor)…ยาทารักษาสิวชนิดใหม่

7,208 views

สิว (acne vulgaris) พบได้บ่อยในวัยรุ่นและคนหนุ่มสาว เกิดขึ้นบริเวณใบหน้าและหลัง ลักษณะที่เกิดขึ้น ได้แก่ เซลล์ชั้น stratum corneum หรือชั้นขี้ไคลในรูขุมขนแบ่งตัวมากเกิน (follicular hyperkeratinization), มีการสร้างไขผิวหนัง (sebum) มาก และเกิดการอักเสบจากแบคทีเรีย Cutibacterium acnes (เดิมชื่อ Propionibacterium acnes) ร่วมกับ inflammatory cytokines (เช่น IL-1β and IL-8) หากได้รับการรักษาที่รวดเร็วจะลดความรุนแรงของสิวและลดรอยโรคหลังสิวหาย มียาทาภายนอกหลายอย่างที่นำมาใช้ เช่น emollients, keratinolytics, ยาต้านแบคทีเรีย, ยากลุ่ม retinoids และเมื่อไม่นานมานี้มียารักษาสิวชนิดใหม่ออกวางจำหน่ายคือ trifarotene และ clascoterone เป็นยาสำหรับใช้ภายนอก Trifarotene เป็น fourth-generation retinoid ออกฤทธิ์เป็น retinoic acid receptor-γ agonist กลไกในการรักษาสิวคาดว่าคล้ายยาอื่นในกลุ่ม retinoids โดยออกฤทธิ์ทำให้มี gene expression และการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลให้เกิดการแสดงฤทธิ์สลายสิวอุดตัน (comedolytic) ลดการอักเสบ และลดรอยดำ ผลิตออกจำหน่ายในรูปยาครีม ความแรง 0.005% บรรจุขวดแบบหัวกดขนาด 30, 45 และ 75 กรัม มีข้อบ่งใช้สำหรับทาภายนอกเพื่อรักษาสิวในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป ทายาบาง ๆ ที่หน้าและลำตัวตรงบริเวนที่เป็นสิววันละ 1 ครั้งในตอนเย็น มีการศึกษาที่สนับสนุนประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาจำนวน 2 การศึกษาซึ่งทำแบบเดียวกัน เป็นการศึกษาแบบ randomized, multicenter, parallel group, double-blind, vehicle-controlled trial มีผู้เข้าร่วมในการศึกษารวม 2,420 คน อายุตั้งแต่ 9 ปีขั้นไป ความรุนแรงของสิวอยู่ในระดับปานกลาง ทุกรายเป็นสิวที่หน้าและเกือบทุกราย (99%) มีสิวบริเวณลำตัวร่วมด้วย ทายา (n=1,214) หรือทากระสายยา (n=1,206) บาง ๆ ตรงบริเวณที่เป็นสิว วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผลการศึกษาพบว่า trifarotene ให้ผลการรักษาดีกว่ากระสายยา ผลไม่พึงประสงค์ที่พบได้บ่อยที่สุดตรงบริเวณที่ทายา (≥1%) ได้แก่ ระคายผิว คัน และรอยไหม้แดด Clascoterone (cortexolone 17α-propionate) มีโครงสร้างคล้าย dihydrotestosterone ซึ่งเป็นแอนโดรเจนที่กระตุ้นการสร้างไขผิวหนัง ยานี้ออกฤทธิ์เป็น androgen receptor inhibitor จึงลดการสร้างไขผิวหนัง ซึ่งยายับยั้งการสร้างไขผิวหนังที่ใช้อยู่ขณะนี้ล้วนเป็นยาชนิดรับประทาน (เช่น isotretinoin, spironolactone) clascoterone จึงเป็นยาที่ใช้ภายนอกชนิดแรกที่มีฤทธิ์ดังกล่าว ผลิตออกจำหน่ายในรูปยาครีมความแรง 1% บรรจุหลอดขนาด 60 กรัม มีข้อบ่งใช้สำหรับทาภายนอกเพื่อรักษาสิวในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ทายาบาง ๆ บริเวนที่เป็นสิววันละ 2 ครั้ง มีการศึกษาที่สนับสนุนประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาจำนวน 2 การศึกษาซึ่งทำแบบเดียวกัน เป็นการศึกษาแบบ multicenter, randomized, double-blind, vehicle-controlled clinical trial มีผู้เข้าร่วมในการศึกษารวม 1,421 คน อายุตั้งแต่ 12 ปีขั้นไป เป็นสิวที่หน้า มีทั้งสิวอักเสบ (papule, pustule และ nodule) และสิวอุดตัน (comedo ทั้ง blackhead และ whitehead) ความรุนแรงของสิวอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรง ทายา (n=709) หรือทากระสายยา (n=712) บาง ๆ ตรงบริเวณที่เป็นสิว วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผลการศึกษาพบว่า clascoterone ให้ผลการรักษาดีกว่ากระสายยา ผลไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยที่สุดตรงบริเวณที่ทายา (7-12%) ได้แก่ รอยแดง คัน ผิวเป็นขุย/ผิวแห้ง นอกจากนี้ยังพบผลไม่พึงประสงค์อื่นที่เกิดคล้ายกับการทากระสายยา (>3%) ได้แก่ บวม ปวดแสบ และแสบร้อน อ้างอิงจาก: (1) Aklief (trifarotene) cream, for topical use. Highlights of prescribing information. Reference ID: 4501723, revised: 10/2019. https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2019/211527s000lbl.pdf; (2) Scott LJ. Trifarotene: first approval. Drugs 2019;79:1905-9; (3) Winlevi (clascoterone) cream, for topical use. Highlights of prescribing information. Revised: 08/2020. https://www.cassiopea.com/wp-content/uploads/2020/08/WINLEVI-clascoterone-cream-prescribing-info-08-2020.pdf; (4) Zeichner J. Clascoterone: a novel topical anti-androgen for the treatment of acne. Practical Dermatology, October 2019. https://practicaldermatology.com/articles/2019-oct/clascoterone-a-novel-topical-anti-androgen-for-the-treatment-of-acne/pdf


เอกสารอ้างอิง

-