คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
กลับรายการ

Etonogestrel ยาคุมกำเนิดแบบฝังใต้ผิวหนัง…การลดความเสี่ยงต่อ neurovascular injury และการเคลื่อนที่ของแท่งยา

6,687 views

Etonogestrel เป็นยาสังเคราะห์ที่มีฤทธิ์เลียนแบบโพรเจสเตอโรน (synthetic progestogen หรือ progestin) ยานี้เป็น active metabolite ของ desogestrel ใช้เป็นยาคุมกำเนิดมานานกว่า 20 ปี มีทั้งรูปแบบวงแหวนสอดช่องคลอด (vaginal ring) ที่ผสมร่วมกับ ethinyl estradiol สามารถปลดปล่อยตัวยา etonogestrel/ethinyl estradiol ในปริมาณ 0.12 มิลลิกรัม/0.015 มิลลิกรัม ต่อวัน และรูปแบบยาฝังใต้ผิวหนัง (subdermal implant) ที่มีตัวยา 68 มิลลิกรัม ซึ่งให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดได้นาน 3 ปี ยานี้ออกฤทธิ์คุมกำเนิดโดยยับยั้งการตกไข่ อาการไม่พึงประสงค์ของยาในรูปแบบฝังใต้ผิวหนังมีคล้ายคลึงกับยาสังเคราะห์ที่มีฤทธิ์เลียนแบบโพรเจสเตอโรนชนิดอื่น ๆ ที่ให้โดยการรับประทาน นอกจากนี้ยารูปแบบฝังใต้ผิวหนังยังมีรายงานว่าทำให้เกิดอันตรายต่อหลอดเลือดและเส้นประสาท (neurovascular injury) และมีการเคลื่อนที่ของแท่งยา ซึ่งอาจเข้าไปยัง pulmonary artery (แต่พบน้อย) บางรายเกิดก้อนเลือดและรอยฟกช้ำอย่างมากตรงตำแหน่งที่ฝังยา และบางรายมีอาการหายใจลำบาก
แม้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับผลไม่พึงประสงค์ของ etonogestrel แบบฝังใต้ผิวหนังที่ทำให้เกิด neurovascular injury และการเคลื่อนที่ของแท่งยาจะมีการกล่าวถึงมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่หน่วยงาน Medicines and Healthcare products Regulatory Agency (MHRA) ในสหราชอาณาจักรแจ้งว่ายังคงได้รับรายงานถึงผลไม่พึงประสงค์ดังกล่าวจากการใช้ยา Nexplanon ซึ่งเป็น etonogestrel รูปแบบยาฝังใต้ผิวหนัง ข้อมูลล่าสุดจนถึงเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2019 มีรายงานเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของแท่งยาทั้งสิ้น 126 รายงาน ในจำนวนนี้มี 18 รายงานระบุถึงการเคลื่อนที่ไปที่ปอด ส่วนข้อมูลที่มาจากผู้ผลิตซึ่งรวบรวมจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลกภายหลังการวางจำหน่าย นับตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1998 จนถึงวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2019 มีจำนวนทั้งสิ้น 107 ราย ที่พบว่ามีการเคลื่อนที่ของแท่งยาไปยัง pulmonary artery และปอด การเกิดผลไม่พึงประสงค์เหล่านี้แม้จะไม่พบปัจจัยเสี่ยงที่เจาะจง แต่คาดว่าเป็นไปได้ที่จะเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ ได้แก่ การฝังแท่งยาลึกเกินไป ตำแหน่งที่ฝังแท่งยาไม่เหมาะสม หรือแขนผอมบางเกินไป จากข้อมูลเหล่านี้ทำให้ผู้ผลิตศึกษากายวิภาคศาสตร์ของแขนเพื่อหาตำแหน่งที่มีโครงสร้างของหลอดเลือดและเส้นประสาทน้อยที่สุด และมีข้อแนะนำว่าให้ฝังยาใต้ผิวหนังพอดี โดยฝังบริเวณท้องแขนช่วงบนของข้างที่ไม่ถนัด ระยะประมาณ 8-10 เซนติเมตร เหนือปุ่มกระดูกบนกระดูกต้นแขน (medial epicondyle of the humerus) และ 3-5 เซนติเมตรหลังร่อง (sulcus) ระหว่างกล้ามเนื้อ biceps และ triceps ซึ่งจะเป็นบริเวณ triceps muscle บริเวณนี้มีหลอดเลือดและเส้นประสาทเบาบางกว่าบริเวณอื่น เพื่อลดการเกิดอันตรายต่อหลอดเลือดและเส้นประสาท ตลอดลดความเสี่ยงต่อการเคลื่อนที่ของแท่งยาไปตามแนวหลอดเลือดในกรณีที่ฝังแท่งยาลึกเกินไปโดยไม่ตั้งใจ คำแนะนำดังกล่าวได้ใส่ลงในเอกสารที่เป็นข้อมูลผลิตภัณฑ์ หน่วยงาน MHRA ในสหราชอาณาจักรยังมีข้อแนะนำแก่บุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับการฝังยาว่าควรทำโดยผู้ที่ผ่านการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ และให้บุคลากรทางการแพทย์แนะนำผู้หญิงที่ได้รับการฝังยาคุมกำเนิดให้รู้ถึงการตรวจสอบตำแหน่งที่ฝังยาด้วยตนเอง และให้หมั่นตรวจสอบเป็นระยะ ๆ เพื่อมั่นใจว่าแท่งยายังอยู่ในตำแหน่งเดิม
อ้างอิงจาก:
(1) Nexplanon (etonogestrel) contraceptive implants: new insertion site to reduce rare risk of neurovascular injury and implant migration. Drug Safety Update volume 13, issue 7: February 2020: 4; (2) Zhang S, Batur P, Martin C 3rd, Rochon PJ. Contraceptive implant migration and removal by interventional radiology. Semin Intervent Radiol 2018;35:23-8; (3) Petro GA, Spence T, Du Plessis JP, Gertz AM, Morroni C. Migration of etonogestrel contraceptive implants: implications for difficult removals services need in southern Africa. S Afr Med J 2019;109:559-61.


เอกสารอ้างอิง

-