คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
กลับรายการ

ขนาดเส้นรอบคออาจนำมาช่วยประกอบการวินิจฉัยโรคอ้วนลงพุงได้

5,650 views

ในปัจจุบัน body mass index (BMI), waist circumference (WC) และ waist to hip ratio (WHpR) เป็นค่าที่นิยมใช้ประกอบการวินิจฉัยโรคอ้วนลงพุง (metabolic syndrome) ซึ่งเป็นกลุ่มความผิดปกติที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
Jing-ya Zhou และคณะ ทำการศึกษาว่า เส้นรอบคอ (neck circumference, NC) จะสามารถใช้ทำนายความเสี่ยงของการเกิดโรคอ้วนลงพุงได้เช่นกันหรือไม่ การศึกษานี้ได้ทำในกลุ่มตัวอย่างชาวจีนจำนวน 4,201 ราย อายุระหว่าง 20-85 ปี กลุ่มตัวอย่างได้รับการวัดขนาดเส้นรอบคอ ขนาดร่างกาย ความดันโลหิต รวมถึงตรวจปริมาณสารต่างๆ ในเลือด ผลการศึกษาพบว่าขนาดเส้นรอบคอมีค่าแปรผันตรงกับค่าความดันโลหิต systolic และ diastolic (r=0.250 และ 0.261) ระดับน้ำตาลในเลือด (r=0.177) ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด (r=0.240) ระดับคลอเรสเตอรอลในเลือด (r=0.143) และ ระดับไขมัน LDL ในเลือด (r=0.088) แต่แปรผกผันกับระดับไขมัน HDL ในเลือด (r=-0.202) ในกลุ่มตัวอย่างชาย ส่วนในกลุ่มตัวอย่างหญิงได้ผลคล้ายเคียงกันยกเว้นระดับคลอเรสเตอรอลในเลือด
การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าขนาดเส้นรอบคออาจนำมาใช้ทำนายความเสี่ยงการเกิดโรคอ้วนลงพุงได้ ในชาวจีน โดยผู้ทำการศึกษาแนะนำว่าจุดตัด (cut-off point) ของขนาดเส้นรอบคอสำหรับประกอบการวินิจฉัยโรคอ้วนลงพุง ได้แก่ ≥37 cm สำหรับผู้ชาย และ ≥33 cm สำหรับผู้หญิง
Key words: neck circumference, metabolic syndrome, ขนาดเส้นรอบคอ, โรคอ้วนลงพุง


เอกสารอ้างอิง

Zhou JY, Ge H, Zhu M, Wang L, Chen L, Tan Y, et. al. Neck Circumference as an Independent Predictive Contributor to Cardio-Metabolic Syndrome. Cardiovasc Diabetol. 2013;12(76).