กลับรายการ
ธาตุเหล็กแต่ละตัวแตกต่างกันอย่างไร ตัวไหนเหมาะกับคนที่เป็นโรคไตที่เป็นโลหิตจาง
3,356 views
คำถาม
ธาตุเหล็กแต่ละตัวแตกต่างกันอย่างไร ตัวไหนเหมาะกับคนที่เป็นโรคไตที่เป็นโลหิตจาง
คำตอบ
ธาตุเหล็กมีบทบาทสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงในร่างกาย การเสริมธาตุเหล็กมีความจำเป็นในกรณีที่ร่างกายมีภาวะขาดธาตุเหล็ก ซึ่งเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก การขาดธาตุเหล็กโดยไม่มีภาวะโลหิตจาง ภาวะขาดสารอาหาร หรือการสูญเสียเลือด เป็นต้น
การเสริมธาตุเหล็กแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ 1) ธาตุเหล็กชนิดรับประทาน ซึ่งแต่ละชนิดมีปริมาณธาตุเหล็กที่มีอยู่ในแต่ละเม็ดแตกต่างกัน เช่น ferrous sulfate (มีธาตุเหล็กองค์ประกอบ 20%) ferrous gluconate (มีธาตุเหล็กองค์ประกอบ 12%) และ ferrous fumarate (มีธาตุเหล็กองค์ประกอบ 33%) 2) ธาตุเหล็กชนิดฉีดทางหลอดเลือดดำ ใช้สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานธาตุเหล็กทางปากได้หรือมีภาวะขาดธาตุเหล็กอย่างรุนแรง เช่น iron dextran, iron sucrose, sodium ferric gluconate, iron gluconate เป็นต้น (1, 2)
สำหรับผู้ป่วยโรคไตที่มีภาวะโลหิตจางที่เกิดจากการขาดธาตุเหล็ก การวินิจฉัยอาศัยการตรวจวัดค่า serum ferritin และ transferrin saturation (TSAT) หากพบว่ามีภาวะขาดธาตุเหล็ก แพทย์จะพิจารณาการให้ธาตุเหล็กเสริม ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไตหรือผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง แนะนำให้เริ่มด้วยธาตุเหล็กชนิดรับประทาน หากไม่ตอบสนองหรือมีผลข้างเคียง อาจพิจารณาเปลี่ยนเป็นธาตุเหล็กชนิดฉีดทางหลอดเลือดดำ ส่วนผู้ป่วยที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม แนะนำให้ธาตุเหล็กชนิดฉีดทางหลอดเลือดดำ ทั้งนี้การเลือกชนิดและขนาดยาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและความเหมาะสมของผู้ป่วย ซึ่งการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ (2)
การเสริมธาตุเหล็กแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ 1) ธาตุเหล็กชนิดรับประทาน ซึ่งแต่ละชนิดมีปริมาณธาตุเหล็กที่มีอยู่ในแต่ละเม็ดแตกต่างกัน เช่น ferrous sulfate (มีธาตุเหล็กองค์ประกอบ 20%) ferrous gluconate (มีธาตุเหล็กองค์ประกอบ 12%) และ ferrous fumarate (มีธาตุเหล็กองค์ประกอบ 33%) 2) ธาตุเหล็กชนิดฉีดทางหลอดเลือดดำ ใช้สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานธาตุเหล็กทางปากได้หรือมีภาวะขาดธาตุเหล็กอย่างรุนแรง เช่น iron dextran, iron sucrose, sodium ferric gluconate, iron gluconate เป็นต้น (1, 2)
สำหรับผู้ป่วยโรคไตที่มีภาวะโลหิตจางที่เกิดจากการขาดธาตุเหล็ก การวินิจฉัยอาศัยการตรวจวัดค่า serum ferritin และ transferrin saturation (TSAT) หากพบว่ามีภาวะขาดธาตุเหล็ก แพทย์จะพิจารณาการให้ธาตุเหล็กเสริม ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไตหรือผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง แนะนำให้เริ่มด้วยธาตุเหล็กชนิดรับประทาน หากไม่ตอบสนองหรือมีผลข้างเคียง อาจพิจารณาเปลี่ยนเป็นธาตุเหล็กชนิดฉีดทางหลอดเลือดดำ ส่วนผู้ป่วยที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม แนะนำให้ธาตุเหล็กชนิดฉีดทางหลอดเลือดดำ ทั้งนี้การเลือกชนิดและขนาดยาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและความเหมาะสมของผู้ป่วย ซึ่งการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ (2)
เอกสารอ้างอิง
1.Nguyen M, Tadi P. Iron supplementation. StatPearls [internet]. 2023. [cited 2025 Feb 26]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK557376/.
2.สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. แนวทางการรักษาภาวะโลหิตจาง ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ปี พ.ศ. 2564 [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nephrothai.org/wp-content/uploads/2021/11/แนวทางการรักษาภาวะโลหิตจางในผู้ป่วยโรคไตฯ-ปี-2564.pdf.
2.สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. แนวทางการรักษาภาวะโลหิตจาง ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ปี พ.ศ. 2564 [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nephrothai.org/wp-content/uploads/2021/11/แนวทางการรักษาภาวะโลหิตจางในผู้ป่วยโรคไตฯ-ปี-2564.pdf.